คิดให้แล้ว
ตัวเลขนี้ใช้ประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่แบบคำนวณที่รับรองโดยวิศวกร งานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือโครงสร้างต้องให้ผู้มีใบอนุญาตตรวจสอบก่อนดำเนินการ
สาย 2.5 ตร.มม. · เบรกเกอร์ 20 A
- กระแสโหลด IL
- 15.0 A
- คิดโหลดต่อเนื่อง 125%
- 18.8 A
- เบรกเกอร์
- 20 A
- ตัวคูณอุณหภูมิ Kt
- 1.00 (ที่ 40 °C)
- ตัวคูณกลุ่มวงจร Kg
- 1.00 (1 วงจร)
- พิกัดในตารางที่ต้องมี
- 20.0 A
- ขนาดสายแนะนำ
- 2.5 ตร.มม.
- พิกัดตาราง / ใช้งานจริง
- 21 A → 21.0 A
- สายดินบริภัณฑ์
- 2.5 ตร.มม.
- วิธีติดตั้งที่คิด
- ท่อเดินลอยเกาะผนัง (กลุ่ม 2)
- คิดเป็น
- 3.07 %
- สรุป
- ขยายสายหรือย่อระยะ
งานเมนเข้าบ้าน สามเฟสโรงงาน หรืองานที่ต้องขออนุญาต ให้วิศวกรไฟฟ้าเซ็นก่อน
ตัวเลขนี้ใช้ประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่แบบคำนวณที่รับรองโดยวิศวกร งานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือโครงสร้างต้องให้ผู้มีใบอนุญาตตรวจสอบก่อนดำเนินการ
ดูสูตรที่ใช้คิด
IL → ×1.25 → เลือกเบรกเกอร์ → It = เบรกเกอร์ ÷ (Kt × Kg) → เลือกสายจากตาราง วสท. 5-20 · VD = 2 × L × I × ρ ÷ A แล้วเทียบเป็น % ของแรงดันระบบ
- 1
กระแสโหลด
IL = P ÷ (V × PF)
IL = 15.0 A (กรอกเป็นแอมป์โดยตรง)
- 2
เผื่อโหลดต่อเนื่อง 125%
I_design = IL × 1.25
I_design = 15.0 × 1.25 = 18.8 A
วสท. กำหนดให้วงจรย่อยมีพิกัดไม่น้อยกว่า 125% ของโหลดต่อเนื่อง
- 3
เลือกเบรกเกอร์
เบรกเกอร์ = พิกัดมาตรฐานตัวถัดไปที่ ≥ I_design
18.8 A → เบรกเกอร์ 20 A
- 4
ปรับค่าตามหน้างาน
It = เบรกเกอร์ ÷ (Kt × Kg)
It = 20 ÷ (1.00 × 1.00) = 20.0 A
สายต้องทนกระแสได้ไม่น้อยกว่าพิกัดเบรกเกอร์ที่ป้องกันมันอยู่
- 5
เปิดตารางเลือกสาย
พิกัดในตาราง (1 เฟส (ตัวนำ 2 เส้น), ท่อเดินลอยเกาะผนัง (กลุ่ม 2)) ≥ It
21 A ≥ 20.0 A → สาย 2.5 ตร.มม.
- 6
สายดินบริภัณฑ์
เปิดตามพิกัดเบรกเกอร์ (วสท. ตารางที่ 4-1)
เบรกเกอร์ 20 A → สายดิน 2.5 ตร.มม.
- 7
ความยาวเส้นทางกระแส
ตัวคูณ = 2 (ไปและกลับ)
ตัวคูณ = 2.000
ระบบ 1 เฟส กระแสวิ่งไปกลับ 2 เส้น จึงคูณ 2
- 8
แรงดันที่ตกไป
VD = ตัวคูณ × L × I × ρ ÷ A
VD = 2.000 × 25 × 15.0 × 0.0225 ÷ 2.5 = 6.75 V
- 9
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์
%VD = VD ÷ V × 100
%VD = 6.75 ÷ 220 × 100 = 3.07 %
- 10
เทียบเกณฑ์
วงจรย่อย ≤ 3% · รวมทั้งระบบ ≤ 5%
3.07% → ไม่ผ่าน
📌 ค่าคงที่ที่ใช้ และที่มา
- ตัวคูณโหลดต่อเนื่อง = 1.25 เท่าที่มา: วสท. — วงจรย่อยต้องมีพิกัดไม่น้อยกว่า 125% ของโหลดต่อเนื่อง
- ความต้านทานจำเพาะทองแดงที่ 70 °C = 0.023 Ω·มม.²/ม. (ช่วงมาตรฐาน 0.0178 ที่ 20 °C)ที่มา: IEC 60364-5-52 / วสท. — คิดแรงดันตกที่อุณหภูมิใช้งานของตัวนำมาตรฐานให้คิดที่อุณหภูมิตัวนำขณะใช้งาน ไม่ใช่ที่ 20 °C
- แรงดันตกสูงสุดวงจรย่อย = 3 %ที่มา: วสท. มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า
- แรงดันตกสูงสุดรวมทั้งระบบ = 5 %ที่มา: วสท. มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า
🧭 สูตรนี้ตั้งสมมติฐานว่า
- สายทองแดงหุ้มฉนวนพีวีซี ตัวนำ 70 °C ตาม มอก. 11-2553 เดินในท่อ
- อุณหภูมิโดยรอบอ้างอิงของตารางคือ 40 °C (ไม่ใช่ 30 °C แบบมาตรฐานเก่า)
- 1 วงจร 1 เฟส นับตัวนำกระแส 2 เส้น · 3 เฟส นับ 3 เส้น
- ตัวนำทองแดง คิดความต้านทานที่อุณหภูมิใช้งาน 70 °C ตามที่มาตรฐานกำหนด
- คิดเฉพาะความต้านทาน ไม่รวมรีแอกแตนซ์ ซึ่งพอใช้กับสายขนาดไม่เกิน 95 ตร.มม.
⚠️ ข้อควรระวัง
- ตารางนี้ใช้กับสายทองแดงหุ้มฉนวนพีวีซี (THW / IEC 01) เดินในท่อ ถ้าเป็น XLPE, สายฝังดิน หรือวางบนรางเคเบิล ต้องเปิดตารางอื่น
- เมนเข้าบ้าน มิเตอร์ และงานสามเฟสโรงงาน ต้องให้วิศวกรไฟฟ้าออกแบบและเซ็นรับรอง
- เดินสายไกลต้องเช็กแรงดันตกด้วย ขนาดสายที่ทนกระแสได้อาจยังตกแรงดันเกินเกณฑ์
- ตัวเลขนี้ใช้ประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่แบบคำนวณที่รับรองโดยวิศวกร งานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือโครงสร้างต้องให้ผู้มีใบอนุญาตตรวจสอบก่อนดำเนินการ
- ถ้าคิดที่ 20 °C (ρ = 0.0178) จะได้ค่าต่ำกว่านี้ประมาณ 20% ซึ่งไม่ใช่วิธีที่มาตรฐานใช้
- สายใหญ่กว่า 95 ตร.มม. หรือระบบที่มีฮาร์มอนิก ต้องคิดอิมพีแดนซ์เต็มรูปแบบ
📚 อ้างอิง
- วสท. ตารางที่ 5-20 (สายตาม มอก. 11-2553 ตัวนำ 70 °C, โดยรอบ 40 °C)
- วสท. ตารางที่ 5-43 (ตัวคูณอุณหภูมิโดยรอบ ฐาน 40 °C เดินในอากาศ ฉนวน PVC)
- วสท. ตารางที่ 5-8 / IEC 60364-5-52 (หลายวงจรในช่องเดินสายเดียวกัน)
- วสท. ตารางที่ 4-1 ขนาดต่ำสุดสายดินบริภัณฑ์
- มอก. 11-2553 สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มฉนวนพีวีซี
- วสท. มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย — เกณฑ์แรงดันตก 3% / 5%
- IEC 60364-5-52 ภาคผนวก G (คิดแรงดันตกที่อุณหภูมิตัวนำใช้งาน)
ระดับความเสี่ยง C · เกี่ยวกับความปลอดภัย · ทบทวนสูตรล่าสุด 2026-08-21
