คิดให้แล้ว
27 แผ่นเมทัลชีท
- พื้นที่จริง
- 100.2 ตร.ม.
- รวมเผื่อ 10%
- 110.2 ตร.ม.
- จำนวนแผ่น
- 27 แผ่น
- รางน้ำ
- 125 มม.
- ท่อลง
- 3 เส้น Ø 80 มม.
- ครอบรวม
- 12.0 ม.
- จำนวนสกรู
- 662 ตัว
หลังคาปั้นหยายังต้องนับตะเข้รางและแผ่นจั่วเพิ่ม
ดูสูตรที่ใช้คิด
พื้นที่หลังคาจริง (ตามผิวเอียง) มากกว่าพื้นที่แปลนที่มองจากด้านบน ตามอัตราส่วนของมุมชัน (pitch factor = √(1 + (ชัน%)²)) แล้วเผื่อเสีย/ซ้อนทับอีก 10% · จำนวนแผ่นเมทัลชีท = พื้นที่หลังคาจริง (รวมเผื่อ) ÷ พื้นที่คลุมจริงต่อแผ่น (ความกว้างคลุม×ยาวแผ่น) — ความกว้างคลุมต้องเป็นค่าคลุมจริงหลังซ้อนลอน ไม่ใช่ความกว้างเต็มแผ่น · ขนาดรางน้ำและจำนวนท่อลงเลือกจากพื้นที่หลังคาที่รับน้ำฝนจริง ยิ่งพื้นที่รับน้ำมาก รางต้องใหญ่ขึ้นและต้องมีท่อลงมากขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำล้นรางตอนฝนตกหนัก · ความยาวครอบรวม = ความยาวสันหลังคา (ridge) + ความยาวตะเข้สันทั้งหมด (hip) แล้วหารด้วยความยาวครอบมาตรฐาน 2 ม. ปัดขึ้น · จำนวนสกรูยึดหลังคาแปรผันตามความเสี่ยงแรงลมของแต่ละโซน — กลางหลังคาใส่ห่างได้ แต่ชายคา มุม และพื้นที่ชายทะเลที่ลมกระโชกแรง ต้องใส่ถี่ขึ้นตามอัตราส่วน
- 1
พื้นที่แปลน
กว้าง × ยาว
8 × 12 = 96.0 ตร.ม.
- 2
พื้นที่ผิวจริงตามความชัน
พื้นที่จริง = แปลน × √(1 + (ชัน/100)²)
96.0 × √(1 + 0.30²) = 100.2 ตร.ม.
- 3
รวมเผื่อเสีย/ซ้อนทับ
พื้นที่จริง × (1 + เผื่อเสีย)
100.2 × 1.10 = 110.2 ตร.ม.
- 4
จำนวนแผ่น
ปัดขึ้น(พื้นที่ ÷ (กว้างคลุม × ยาวแผ่น))
110.2 ÷ (0.70 × 6.0) = 27 แผ่น
- 5
พื้นที่รับน้ำ
พื้นที่ผิวหลังคาจริงตามความชัน
100.2 ตร.ม.
- 6
เลือกขนาดราง
<50→100มม. · <120→125มม. · ≥120→150มม.
100.2 ตร.ม. → ราง 125 มม.
- 7
จำนวนท่อลง
ปัดขึ้น(พื้นที่ ÷ 50)
100.2 ÷ 50 = 3 เส้น
- 8
ความยาวตะเข้สันรวม
จำนวนตะเข้ × ยาว/เส้น
0 × 6.0 = 0.0 ม.
- 9
ครอบรวม
สัน + ตะเข้สันรวม
12.0 + 0.0 = 12.0 ม.
- 10
จำนวนเส้นครอบ
ปัดขึ้น(ครอบรวม ÷ 2)
12.0 ÷ 2 = 6 เส้น
- 11
เลือกอัตราสกรู/ตร.ม. ตามโซน
กลาง 6 · ชายคา/มุม 10 · ชายทะเล 12
โซนที่เลือก → 6 ตัว/ตร.ม.
- 12
จำนวนสกรูรวม
พื้นที่รวมเผื่อ × อัตรา/ตร.ม.
110.2 × 6 = 662 ตัว
- 13
จำนวนกล่อง
ปัดขึ้น(สกรู ÷ 250)
662 ÷ 250 = 3 กล่อง
🧭 สูตรนี้ตั้งสมมติฐานว่า
- หลังคาจั่วธรรมดา ผิวเอียงสม่ำเสมอทิศเดียว ไม่มีหลังคาซ้อนหลายระดับ
- ความกว้างคลุมที่กรอกคือความกว้างใช้งานจริงหลังซ้อนทับลอนข้าง (effective coverage) ไม่ใช่ความกว้างเต็มแผ่นก่อนซ้อน
- คิดจากปริมาณฝนไทยทั่วไป (ไม่ใช่พื้นที่ฝนตกหนักเป็นพิเศษ) พื้นที่รับน้ำต่อท่อลง ~50 ตร.ม.
- ครอบสันมาตรฐานความยาวเส้นละ 2 ม. (ตามสเปกกระเบื้อง/เมทัลชีทส่วนใหญ่)
- อัตราสกรูต่อตารางเมตรเป็นค่าประมาณเดียวทั้งพื้นที่โซนนั้น ไม่ได้แยกจุดยึดตามแนวคานเฉพาะ
⚠️ ข้อควรระวัง
- หลังคาปั้นหยา (hip roof) หรือมีหลังคาหลายชั้น/มุมจั่วซับซ้อน ต้องเผื่อเพิ่มอีก 5–8% จากรอยต่อและการซ้อนทับที่มากกว่าหลังคาจั่วธรรมดา
- ค่าประมาณสำหรับเตรียมงานและสั่งของ หน้างานจริงอาจต่างจากนี้ ตรวจกับของจริงก่อนสั่ง
- แผ่นสั่งตัดยาวพิเศษราคาต่อแผ่นสูงขึ้น ควรเทียบราคากับแผ่นยาวมาตรฐาน + ต่อแนวก่อนสั่ง
- พื้นที่ที่ฝนตกหนักจัด (ภาคใต้/ช่วงมรสุม) ควรลดพื้นที่ต่อท่อลงเหลือ 35–40 ตร.ม. หรือเพิ่มขนาดรางขึ้นหนึ่งขั้น
- มุมบ้านและจุดรับน้ำจากหลังคาหลายด้านต้องเพิ่มท่อลงเฉพาะจุดแม้พื้นที่รวมยังไม่เข้าเกณฑ์
- ตะเข้ราง (valley) ที่รับน้ำฝนไหลรวมต้องนับแยกเป็นรายการวัสดุกันซึม/แผ่นรองตะเข้รางเพิ่มเติม ไม่รวมในตัวเลขนี้
- พื้นที่ที่ต้องออกแบบตามมาตรฐานลม (เช่น ตึกสูง ริมทะเล พื้นที่พายุ) ควรให้วิศวกรกำหนดระยะยึดจากค่าแรงลมออกแบบจริง ไม่ใช่ใช้อัตราประมาณนี้
- เมทัลชีทต้องใช้สกรูหัวเจาะพร้อมยางกันรั่วเฉพาะ ห้ามใช้ตะปูหรือสกรูไม่มียางเพราะรูจะรั่วซึมภายหลัง
📚 อ้างอิง
- หลักตรีโกณมิติพื้นฐาน (Roof Pitch Factor) สำหรับประมาณพื้นที่หลังคาจากแปลน
- สเปกเมทัลชีทตามผู้ผลิต (ความกว้างคลุมจริงหลังซ้อนลอน)
- แนวทาง SMACNA Architectural Sheet Metal Manual (Gutter & Downspout Sizing)
- แนวปฏิบัติงานติดตั้งครอบสันหลังคา (Ridge & Hip Cap Installation)
- แนวปฏิบัติงานยึดแผ่นหลังคาตามโซนแรงลม (Wind Zone Fastening Pattern)
ระดับความเสี่ยง B · คิดผิดแล้วงานต้องรื้อแก้ · ทบทวนสูตรล่าสุด 2026-08-21
